<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2026 17:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม.ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบฐานข้อมูล และการบังคับคดีค้ามนุษย์ เพื่อเยียวยาให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม 2561 เวลา 13.00 น.&amp;nbsp; พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้เกียรติเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของประเทศไทย ภายในงาน Thailand Social Expo 2018 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp; อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอก อนันตพรฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ กล่าวว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มุ่งมั่นเป็นองค์กรที่มีบทบาทนำด้านการพัฒนาสังคม และแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นระบบ เพื่อนำพาประเทศไทย ไปสู่ &amp;ldquo;ไทยแลนด์ 4.0&amp;rdquo; ตามนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ด้วยตระหนักว่า ปัญหาการค้ามนุษย์เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวง พม. จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ผนึกกำลังพัฒนางานในการคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามหลักมาตรฐานสากล โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลและการบังคับคดี จนนำไปสู่การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง 2 ฉบับ ในวันนี้ คือ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;1) บันทึกข้อตกลงว่าด้วยแนวทางปฏิบัติร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ระบบฐานข้อมูลของประเทศไทยด้านการดำเนินคดีและการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2561 ประกอบด้วย&amp;nbsp; 


save168&amp;nbsp;หน่วยงาน ดังนี้ กระทรวง พม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp; 


fifa356&amp;nbsp;สำนักงานศาลยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กรมการปกครอง และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล&amp;nbsp;


สล็อต&amp;nbsp; (องค์การมหาชน) เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน ถูกต้อง ครบถ้วน และครอบคลุม และเพื่อให้เกิดการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2) บันทึกความร่วมมือว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์เพื่อบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา ประกอบด้วย 5 หน่วยงาน ดังนี้ กระทรวง พม. สำนักงานศาลยุติธรรม กรมบังคับคดี กรมการขนส่ง และกรมการปกครอง เพื่อร่วมมือกันอำนวยความสะดวกในการบังคับคดี และช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้เสียหายฯ ให้ได้รับเงินชดเชยตามคำพิพากษาอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ พลเอก อนันตพรฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. กล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงทั้ง 2 ฉบับข้างต้น เป็นความพยายามอย่างสำคัญของประเทศไทยในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ โดยเฉพาะระบบฐานข้อมูลถือเป็นต้นแบบในการบูรณาการระบบฐานข้อมูลที่ก้าวหน้ากว่าหลายประเทศในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะได้นำไปต่อยอดการศึกษาวิเคราะห์เส้นทางและรูปแบบของการค้ามนุษย์ เพื่อประโยชน์ในการหารือกับประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทางของการค้ามนุษย์ ในการป้องกันมิให้เกิดการค้ามนุษย์โดยแก้ที่สาเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง และเพื่อแสดงถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์อย่างยั่งยืนของประเทศไทยสืบไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14908</URL_LINK>
                <HASHTAG>Thailand Social Expo 2018, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ค้ามนุษย์, พม., พลเอกอนันตพร  กาญจนรัตน์, อิมแพ็ค เมืองทองธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b696da8ee3bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 18:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมพลังประชารัฐจัดงาน &#039;Thailand Social  Expo 2018&#039; โชว์ผลงานด้านสังคมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำครั้งแรกของประเทศไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมพลังประชารัฐกว่า 80&amp;nbsp; องค์กร&amp;nbsp; จัดงาน &amp;lsquo;Thailand&amp;nbsp; Social&amp;nbsp; Expo 2018&amp;rsquo;&amp;nbsp; มหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย&amp;nbsp; แสดงผลงานการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;ขณะที่เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเตรียมโชว์พื้นที่รูปธรรมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชนทุกมิติ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ด้านเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; ธนาคารต้นไม้ใช้หนี้ ที่อยู่อาศัย ภัยพิบัติ&amp;nbsp; สวัสดิการสังคม&amp;nbsp; ฯลฯ เข้าชมฟรี&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคมนี้ที่ศูนย์การประชุมฯ เมืองทองธานี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;80 &amp;nbsp;องค์กรร่วมงาน &amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พลเอกอนันตพร &amp;nbsp;กาญจนรัตน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกอนันตพร &amp;nbsp;กาญจนรัตน์ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า&amp;nbsp; กระทรวง พม. ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านสังคม ทั้งภาครัฐและเอกชนกว่า 80 องค์กร&amp;nbsp;&amp;nbsp; กำหนดจัดงาน &amp;nbsp;&amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo; &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นงานมหกรรมด้านสังคมครั้งแรกของประเทศไทย &amp;nbsp;ด้วยการแสดงผลงานด้านสังคมของรัฐบาลในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม &amp;nbsp;และการสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ &amp;nbsp;เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;โดยเฉพาะเด็ก &amp;nbsp;เยาวชน &amp;nbsp;สตรี &amp;nbsp;ครอบครัว &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ &amp;nbsp;คนพิการ &amp;nbsp;และผู้ด้อยโอกาส &amp;nbsp;ให้มีความมั่นคงในการดำรงชีวิต&amp;nbsp; ด้วยคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกันในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดงานครั้งนี้ &amp;nbsp;จะมีการแสดงผลงานทางวิชาการด้านสังคมของรัฐบาล &amp;nbsp;ผลงานนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางสังคมสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการคิดค้นและการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของไทยและอาเซียน การประชุม&amp;nbsp; เสวนาวิชาการ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การจัดสวัสดิการและบริการต่างๆ สำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำหน่ายสินค้าราคาถูก&amp;nbsp; ผลิตภัณฑ์ OTOP&amp;nbsp;&amp;nbsp; และชมการแสดงความสามารถจากทุกกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;นักดนตรีจากถนนสู่ดวงดาว (From Street to star )&amp;nbsp; การแสดงศิลปะ&amp;nbsp; วัฒนธรรมของชุมชนต่างๆ&amp;rdquo; &amp;nbsp;พลเอกอนันตพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.พม.กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; นอกจากจะจัดแสดงผลงานด้านสังคมดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; การจัดงานครั้งนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อสร้างความรับรู้และความเข้าใจต่อสังคม&amp;nbsp; รวมทั้งแสวงหาความร่วมมือระหว่างภาครัฐ&amp;nbsp; ภาคเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และประชาสังคม&amp;nbsp; ในการขับเคลื่อนงานพัฒนาด้านสังคมของประเทศให้มีคุณภาพ&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนและกลุ่มเป้าหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งาน &amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo;&amp;nbsp; มีกิจกรรมที่น่าสนใจ 4 ด้าน&amp;nbsp; คือ 1.การประชุมวิชาการ&amp;nbsp; เสวนา&amp;nbsp; ปาฐกถาพิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการพัฒนาสังคม&amp;nbsp; และการนำเสนอรายงานสถานการณ์ทางสังคม&amp;nbsp; ทั้งในเชิงประเด็นและกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; 2.การแสดงผลงานนวัตกรรมด้านสังคมของประเทศไทย&amp;nbsp; นวัตกรรมเพื่อพัฒนาสังคม&amp;nbsp; ต้นแบบที่ดีของการพัฒนาสังคม&amp;nbsp; เทคโนโลยีเพื่อสังคม&amp;nbsp; 3.การแสดงผลิตผลด้านสังคมของภาคีเครือข่ายด้านสังคม&amp;nbsp; และ 4.การแสดงศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายและภาคีเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างเจตคติที่ดีและสร้างสรรค์ของคนในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ภายในงานจะมีการออกบูธของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดกระทรวง พม.&amp;nbsp; และกระทรวงอื่นๆ เช่น&amp;nbsp; มหาดไทย&amp;nbsp; แรงงาน&amp;nbsp; ท่องเที่ยวและกีฬา&amp;nbsp; พลังงาน&amp;nbsp; ยุติธรรม&amp;nbsp; ศึกษาธิการ&amp;nbsp; วัฒนธรรม&amp;nbsp; ดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งภาคธุรกิจและเอกชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หอการค้าไทย&amp;nbsp; บริษัทบางจาก&amp;nbsp; ทีวีบูรพา&amp;nbsp; โรงพยาบาลในเครือบางปะกอก&amp;nbsp; รพ.รามคำแหง&amp;nbsp; ตลาดหลักทรัพย์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งหมดกว่า&amp;nbsp; 80 องค์กร&amp;nbsp; จำนวนบูธทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 150&amp;nbsp; บูธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งาน&amp;nbsp; &amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo; &amp;nbsp;จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3 &amp;ndash; 5 สิงหาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 9.00 &amp;ndash; 18.30 น. ณ ฮอลล์ 5-8&amp;nbsp; ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค &amp;nbsp;เมืองทองธานี &amp;nbsp;จังหวัดนนทบุรี&amp;nbsp; ประชาชน&amp;nbsp; นักศึกษา&amp;nbsp; และผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานดังกล่าวได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดตั้งขึ้นในปี 2545&amp;nbsp; เป็นหน่วยงานหลักด้านการพัฒนาสังคมของรัฐบาล  ทำหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาสังคม &amp;nbsp;การสร้างความเป็นธรรมและความเสมอภาคในสังคม &amp;nbsp;ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพและความมั่นคงในชีวิตของประชาชนกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;ประกอบด้วย&amp;nbsp; เด็กและเยาวชน&amp;nbsp; สตรี&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาส&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; สถาบันครอบครัวและชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม. ขับเคลื่อนงานด้วยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนตามแนวทางประชารัฐ &amp;nbsp;พร้อมด้วยหลักการทำงานตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง &amp;nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์&amp;nbsp; &amp;ldquo;กระทรวง พม.เป็นผู้นำด้านสังคมของไทยและอาเซียน&amp;nbsp;&amp;nbsp; มุ่งสู่คนอยู่ดีมีสุขในสังคมคุณภาพ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ตามนโยบายรัฐบาล &amp;nbsp;&amp;ldquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ขัางหลัง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศโชว์ผลงานพื้นที่รูปธรรมจัดการตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ได้ประสานงานกับเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศเพื่อนำผลงานพื้นที่รูปธรรมในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; รวมทั้งนวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองมานำเสนอ&amp;nbsp; ทั้งในรูปแบบการจัดเวทีเสวนา&amp;nbsp; การพูดหรือนำเสนอแบบ TED Talk (การพูดเพื่อเผยแพร่ความคิดหรือประสบการณ์เพื่อจุดประกายพลังให้แก่ผู้ฟังโดยใช้เวลาสั้นๆ) พื้นที่ละ 5 นาที&amp;nbsp; และการจัดเวทีสังเคราะห์ความรู้ &amp;lsquo;นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนจากประเทศอาเซียนเข้าร่วมในเวทีดังกล่าวด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การจัดงาน &amp;lsquo;Thailand Social Expo 2018&amp;rsquo; ครั้งนี้&amp;nbsp; ถือเป็นโอกาสดีที่ขบวนองค์กรชุมชนและเครือข่ายจะได้แสดงศักยภาพและความสามารถในการพัฒนาสังคมในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องเศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; สถาบันการเงิน&amp;nbsp; เกษตรอินทรีย์&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การป้องกันภัยพิบัติ&amp;nbsp; การจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มานำเสนอเพื่อเป็นแนวทางในการใช้นวัตกรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่รูปธรรมชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองที่จะนำมาเสนอในงานนี้&amp;nbsp; มีทั้งหมด&amp;nbsp; 20&amp;nbsp; พื้นที่ทั่วประเทศ เช่น&amp;nbsp; เมืองธรรมเกษตร (เกษตรอินทรีย์)&amp;nbsp; จ.อำนาจเจริญ,&amp;nbsp; แม่แจ่มโมเดล (แก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า&amp;nbsp; ลดหมอกควัน&amp;nbsp; ปลูกไผ่&amp;nbsp; สร้างเศรษฐกิจชุมชน) อ.แม่แจ่ม&amp;nbsp; จ.เชียงใหม่, พังงาแห่งความสุข (พัฒนาเมืองแบบบูรณาและทุกมิติโดยประชาชนทุกภาคส่วนเป็นแกนหลัก)&amp;nbsp; จ.พังงา, ตำบลหนองสาหร่าย (ต้นแบบธนาคารความดี,เกษตรอินทรีย์) อ.หนองสาหร่าย&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; การพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บ้านพอเพียงชนบท&amp;nbsp; บ้านมั่นคงชนบท&amp;nbsp; (ต.ข่วงเปา&amp;nbsp; อ.จอมทอง&amp;nbsp; จ.เชียงใหม่) การพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าว,&amp;nbsp; เศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การพัฒนาธุรกิจชุมชน&amp;nbsp; ต.เหมืองตะกั่ว&amp;nbsp; อ.ป่าบอน&amp;nbsp; จ.พัทลุง,&amp;nbsp; ธนาคารต้นไม้ (ปลูกต้นไม้ใช้หนี้)&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ต.ปากทรง&amp;nbsp; อ.พะโต๊ะ&amp;nbsp; จ.ชุมพร, ประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดการทรัพยากรชายฝั่ง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายคนกินปลา&amp;nbsp; ภาคใต้, การป้องกันภัยพิบัติ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; จ.สิงห์บุรี&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งกรณีศึกษาการพัฒนาชุมชนในกลุ่มประเทศอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการแสดงผลงานพื้นที่รูปธรรมและการเสวนาต่างๆ ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ภายในงานยังมีการจำหน่ายและแสดงผลิตภัณฑ์และของดีจากตำบลต่างๆ รวม 50 &amp;nbsp;ตำบล&amp;nbsp; พร้อมทั้งเรื่องเล่าจากชุมชน&amp;nbsp; การแสดงวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยในวันเปิดงานวันที่ 3 สิงหาคม&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดและปาฐกถาพิเศษ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;แม่แจ่มโมเดลพลัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำเภอแม่แจ่มมี 7 ตำบล&amp;nbsp; มีพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp; 1,692,698 ไร่&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 59,000 คน&amp;nbsp; ประกอบด้วย&amp;nbsp; คนเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลั๊วะ&amp;nbsp; ปะกาญอ (กะเหรี่ยง) และม้ง &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์&amp;nbsp; ทำนา&amp;nbsp; ปลูกหอมแดง&amp;nbsp; กะหล่ำปลี&amp;nbsp; เลี้ยงสัตว์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวบ้านปลูกสร้างบ้านเรือนและอยู่อาศัยมาก่อนปี พ.ศ.2504&amp;nbsp; แต่เมื่อมี พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ พ.ศ.2507&amp;nbsp; จึงทำให้ชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมกลายเป็นผู้บุกรุก&amp;nbsp; ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเกิดปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร&amp;nbsp; ทางกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่สามารถจัดสร้างแหล่งน้ำให้แก่ชาวบ้านได้&amp;nbsp; โดยให้เหตุผลว่าเป็นพื้นที่บุกรุกหรืออยู่ในเขตป่าสงวนฯ หน่วยงานรัฐจึงไม่สามารถดำเนินการได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอแม่แจ่ม&amp;nbsp; คือ 1,668,883&amp;nbsp; ไร่&amp;nbsp; หรือประมาณ 98.60 %&amp;nbsp; อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แจ่ม&amp;nbsp; และพื้นที่ป่าอนุรักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนพื้นที่ที่ประชาชนมีเอกสารสิทธิ์ เช่น&amp;nbsp; โฉนด, นส.3, นส.3 ก, สปก. ฯลฯ&amp;nbsp; มีพื้นที่รวมกันเพียง &amp;nbsp;23,815 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือ 1.40 %&amp;nbsp; ของพื้นที่ทั้งหมด&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนมีปัญหาเรื่องสิทธิในที่ดินทำกิน &amp;nbsp;เกิดผลกระทบต่อเนื่องไปถึงปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาหนี้สินจากการปลูกพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp; โดยเฉพาะข้าวโพด&amp;nbsp; ยิ่งปลูกยิ่งเป็นหนี้&amp;nbsp; และยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;เกิดภัยแล้ง&amp;nbsp; แหล่งน้ำตื้นเขิน&amp;nbsp; หมอกควันจากการเผาป่า&amp;nbsp; น้ำป่า &amp;nbsp;ผลกระทบจากการใช้สารเคมี&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;จากปัญหาต่างๆ ดังกล่าว&amp;nbsp; ชาวแม่แจ่ม&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp; กำนัน&amp;nbsp; องค์กรปกครองท้องถิ่น&amp;nbsp; องค์กรพัฒนาเอกชน&amp;nbsp; หน่วยราชการ&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการต้นแบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ปี 2552&amp;nbsp; โดยในช่วงแรกเน้นไปที่การจัดระเบียบควบคุมที่ดินทำกิน&amp;nbsp; เพื่อยับยั้งการบุกรุกพื้นที่ป่า&amp;nbsp; ลดปัญหาหมอกควันจากการเผาเศษซากพืชไร่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เรียกโครงการนี้ว่า &amp;lsquo;แม่แจ่มโมเดล&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ต่อมาในปี 2559&amp;nbsp; จึงได้ยกระดับจากการจัดการปัญหาการบุกรุกป่าและหมอกควันไปสู่การแก้ไขปัญหาทั้งระบบ&amp;nbsp; เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; เรียกโครงการนี้ว่า &amp;lsquo;แม่แจ่มโมเดลพลัส&amp;rsquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเกียรติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีธรรม&amp;nbsp; ผู้ประสานงานโครงการแม่แจ่มโมเดลพลัส&amp;nbsp; ขยายความว่า&amp;nbsp; ตั้งแต่ปี 2549&amp;nbsp; เป็นต้นมา &amp;nbsp;อัตราขยายตัวของพื้นที่ทำกินในป่าต้นน้ำแม่แจ่มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; โดยเฉพาะช่วงปี พ.ศ.2552-2559 &amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่ในเขตป่าสงวนฯ แม่แจ่มกลายเป็นไร่ข้าวโพดเพื่อส่งโรงงานผลิตอาหารสัตว์อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; จาก&amp;nbsp; 86,104&amp;nbsp; ไร่ในปี 2552 &amp;nbsp;ในปี 2554 เพิ่มเป็น&amp;nbsp; 105,465 ไร่&amp;nbsp; และปี 2559&amp;nbsp; เพิ่มเป็น 123,229 ไร่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลกระทบจากการขยายตัวของไร่ข้าวโพดบนพื้นที่สูง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; เกิดปัญหาภัยแล้งจากการบุกรุกพื้นที่ป่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอถึงช่วงฤดูฝนเกิดปัญหาหน้าดินถูกชะล้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดินทรายไหลลงไปในแหล่งน้ำ&amp;nbsp; ทำให้แม่น้ำลำห้วยตื้นเขิน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เกิดปัญหาน้ำแล้งตามมา&amp;nbsp; ผลกระทบจากการใช้สารเคมี&amp;nbsp; การเผาไร่ซากข้าวโพดที่มีปริมาณประมาณปีละ&amp;nbsp; 95,000 ตัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้เกิดปัญหาหมอกควัน&amp;nbsp; ปัญหาระบบทางเดินหายใจ&amp;nbsp; เฉพาะในอำเภอแม่แจ่มมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการสูดดมหมอกควันประมาณปีละ 5,000 ราย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ที่สำคัญคือปัญหาหนี้สินจากการทำไร่ข้าวโพด&amp;nbsp; เนื่องจากในช่วง 3-4&amp;nbsp; ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; รัฐบาลมีนโยบายไม่ให้บริษัทเอกชนรับซื้อข้าวโพดที่ปลูกในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp; ทำให้ชาวแม่แจ่มส่วนใหญ่ซึ่งปลูกข้าวโพดในพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์หรือพื้นที่ป่าสงวนฯ ประมาณ&amp;nbsp; 115,000 ไร่&amp;nbsp; ไม่มีตลาดรองรับ&amp;nbsp; หรือต้องขายในราคาต่ำกว่าทุน&amp;nbsp; ทำให้มีหนี้สินสะสม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยในปี 2560&amp;nbsp; เกษตรกรในอำเภอแม่แจ่มเป็นหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมกันประมาณ&amp;nbsp; 1,400&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; และหนี้กองทุนหมู่บ้านอีกประมาณ 300 ล้านบาท&amp;nbsp; (ไม่รวมหนี้อื่นๆ และหนี้นอกระบบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้นการก้าวให้พ้นจากวงจรปัญหาหนี้สิน&amp;nbsp; การสร้างระบบการเกษตรที่จะมาทดแทนการปลูกข้าวโพด &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; ไม้ไผ่&amp;nbsp; กาแฟ&amp;nbsp; ไม้ผล&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อสร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&amp;nbsp; การแก้ปัญหาระบบนิเวศน์&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; จึงจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการต่างๆ มาสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การพักชำระหนี้เกษตรกร&amp;nbsp; การเชื่อมโยงระบบการผลิต&amp;nbsp; ตั้งแต่ต้นน้ำ&amp;nbsp; กลางน้ำ&amp;nbsp; (การแปรรูป)&amp;nbsp; และปลายน้ำ&amp;nbsp; (การตลาด) เพื่อให้เกษตรกรอำเภอแม่แจ่มหลุดพ้นออกจากเขาวงกตสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้ตลอดไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประสานงานโครงการแม่แจ่มโมเดลพลัสกล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;แม่แจ่มโมเดลพลัส&amp;rsquo; ลดหมอกควัน-คืนพื้นที่ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;lsquo;แม่แจ่มโมเดลพลัส&amp;rsquo; (Mae Chaem Model Plus)&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; รูปแบบของการแก้ไขปัญหาต่างๆ ดังกล่าว&amp;nbsp; โดยความร่วมมือกับทุกภาคส่วน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ท้องถิ่น&amp;nbsp; อำเภอ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ภาคเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธุรกิจ&amp;nbsp; นักวิชาการ&amp;nbsp; องค์กรพัฒนาเอกชน&amp;nbsp; และหน่วยงานรัฐในระดับนโยบาย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; ด้วยการยับยั้งการบุกรุกป่า&amp;nbsp; หยุดปัญหาไฟป่า&amp;nbsp; หมอกควัน&amp;nbsp; การปลูกพืชเชิงเดี่ยว&amp;nbsp; ลดการใช้สารเคมี&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่งเสริมการปลูกไผ่&amp;nbsp; กาแฟ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นพืชเศรษฐกิจ&amp;nbsp; พลิกฟื้นดอยหัวโล้นให้เป็นสีเขียว&amp;nbsp; สร้างเมืองแม่แจ่มให้เป็น &amp;lsquo;เมืองป่าไม้&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะการแก้ไขปัญหาหมอกควันจากการเผาไร่&amp;nbsp; จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน&amp;nbsp; ทำให้จุดความร้อน (Hotspot) ลดลงจาก 384 จุดในปี 2558&amp;nbsp; เหลือ 30 จุดในปี 2559 &amp;nbsp;&amp;nbsp;พื้นที่เผาไหม้ลดลงจาก 563,798 ไร่&amp;nbsp; เหลือ 232,259 ไร่&amp;nbsp;&amp;nbsp; และค่า PM 10 (ฝุ่นหยาบ &amp;nbsp;มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 &amp;ndash; 10 ไมครอน) &amp;nbsp;ลดลงจากค่าสูงสุดในปี 2558 อยู่ที่ 265 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp; เหลือ 143 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร &amp;nbsp;ทำให้อำเภอแม่แจ่มได้รับรางวัลดีเด่นในการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า &amp;nbsp;โดยมีนายกรัฐมนตรีมาเป็นสักขีพยานมอบโล่รางวัล&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 27 เมษายน &amp;nbsp;2559 &amp;nbsp;ที่จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแก้ไขปัญหาที่ดินที่ทำกินนั้น&amp;nbsp; นายสมเกียรติกล่าวว่า&amp;nbsp; จะใช้ฐานข้อมูลที่มีการสำรวจอย่างต่อเนื่องมาจัดทำเป็นข้อเสนอในการจัดระเบียบป่าไม้กับชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พื้นที่ที่ถูกใช้ประโยชน์ภายในปี 2545&amp;nbsp; จำนวน 213,462&amp;nbsp; ไร่ &amp;nbsp;(12.5 % ของพื้นที่ทั้งอำเภอ 1,692,698 ไร่) &amp;nbsp;ให้รัฐจัดที่ทำกินในรูปแบบแปลงรวมตามนโยบายของรัฐบาลให้แก่ชุมชน&amp;nbsp; พร้อมทั้งจัดหาแหล่งน้ำและระบบชลประทานที่เหมาะสมกับภูมินิเวศน์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ที่ถูกใช้ประโยชน์ปี 2546-2554&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน 161,706&amp;nbsp; ไร่&amp;nbsp; หรือ 9.5 %&amp;nbsp; (มติคณะรัฐมนตรีไม่ได้รองรับ ที่ดินยังเป็นของรัฐ)&amp;nbsp; อนุญาตให้ชาวบ้านทำกินและอยู่อาศัยต่อไปอย่างมีเงื่อนไข&amp;nbsp; โดยให้ชาวบ้านร่วมปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp; รัฐและเอกชนร่วมสนับสนุนกล้าไม้&amp;nbsp; ปลูกไม้เศรษฐกิจ &amp;nbsp;ไผ่&amp;nbsp; &amp;nbsp;กาแฟ&amp;nbsp; ไม้ผล&amp;nbsp; ปลูกป่าเอนกประสงค์&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่ที่ถูกใช้ประโยชน์หลังปี พ.ศ.2554&amp;nbsp; จำนวน 86,359&amp;nbsp; ไร่&amp;nbsp; หรือ 5 %&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้คืนเป็นป่าถาวร&amp;nbsp; โดยให้จ้างชาวบ้านปลูกและดูแลอย่างน้อย 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี&amp;nbsp; เพื่อให้มีรายได้&amp;nbsp; ปลูกไม้เป็นแนวกันชน&amp;nbsp; สร้างกลไกชุมชนในการดูแลรักษาป่า&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้ง 3&amp;nbsp; แนวทางนี้จะทำให้อำเภอแม่แจ่มมีป่าไม้เพิ่มขึ้น 5 % &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นอีก&amp;nbsp; 9.5 %&amp;nbsp; รวมเป็น&amp;nbsp; 14.5&amp;nbsp;&amp;nbsp; % หรือ 248,065&amp;nbsp; ไร่&amp;nbsp; ทำให้อำเภอแม่แจ่มได้ป่าเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่&amp;nbsp; 73 %&amp;nbsp; เป็น 85.5 % &amp;nbsp;โดยไม่มีความขัดแย้งใด ๆ เกิดขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้ประสานงานโครงการแม่แจ่มฯ อธิบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลูกไผ่-แปรรูป&amp;nbsp; สร้างเศรษฐกิจชุมชนแทนข้าวโพด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพลิกฟื้นผืนป่าเพื่อสร้างเศรษฐกิจชุมชนตามโครงการ &amp;ldquo;แม่แจ่มโมเดลพลัส&amp;rdquo; นั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายสมเกียรติ&amp;nbsp; มีธรรม&amp;nbsp; ผู้ประสานงานโครงการ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จะเน้นการปลูกไผ่เพื่อแปรรูป&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อยกระดับให้เกษตรกรมีอำนาจในการต่อรอง&amp;nbsp; ซึ่งจะแตกต่างจากการปลูกข้าวโพดที่เกษตรกรกำหนดราคาขายไม่ได้&amp;nbsp; โดยเกษตรกรจะเป็นคนปลูก&amp;nbsp; แปรรูป และเป็นเจ้าของร่วมในลักษณะของวิสาหกิจชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยใช้พื้นที่ปลูก 1 ไร่/ 70 ต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งในการปลูกไผ่ช่วงแรกจะปลูกแบบผสมผสานหรือแทรกไปในแปลงข้าวโพด&amp;nbsp; เมื่อไผ่โตและสามารถตัดขายได้แล้ว&amp;nbsp; เกษตรกรจะค่อยๆ ลดพื้นที่ปลูกข้าวโพด&amp;nbsp; เพื่อปลูกไผ่เพียงอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การปลูกไผ่บนพื้นที่สูงหรือบนดอยจะช่วยป้องดินถล่มและช่วยอุ้มน้ำ&amp;nbsp; เพราะไผ่มีรากฝอยแผ่กว้างและหนาแน่น&amp;nbsp; ช่วยยึดหน้าดิน&amp;nbsp; สร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผืนป่า&amp;nbsp; ใบไผ่ที่ร่วงจะกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์บำรุงดิน&amp;nbsp; ไม่ต้องใช้สารเคมี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต้องเผาไร่เหมือนปลูกข้าวโพด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อไผ่ที่ปลูกไปแล้วเริ่มโต&amp;nbsp; ต้นไผ่ก็จะแตกหน่อแทงยอดขึ้นมาอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อตัดไผ่รุ่นแรกไปแล้วก็จะมีไผ่ที่เติบโตตามมาหมุนเวียนให้ตัดได้ตลอดทั้งปี&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไผ่ที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นไผ่พันธุ์ &amp;lsquo;ซางหม่น&amp;rsquo;&amp;nbsp; และ &amp;lsquo;ฟ้าหม่น&amp;rsquo;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นไผ่ตระกูลเดียวกัน&amp;nbsp; มีแหล่งกำเนิดที่อำเภอเชียงดาว&amp;nbsp; จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; โดยมีผู้นำไปขยายพันธุ์ที่จังหวัดน่านจนได้ผลดี&amp;nbsp; ลักษณะเด่น&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ลำไม้ไผ่โตเร็ว&amp;nbsp; ลำตรง&amp;nbsp; เนื้อไม้หนา&amp;nbsp; เหมาะนำไปแปรรูปเป็นตะเกียบ&amp;nbsp; เฟอร์นิเจอร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่อกินได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ใช้เวลาปลูก&amp;nbsp; 2-3 ปีสามารถนำไปทำตะเกียบ&amp;nbsp; ส่วนเศษที่เหลือจะนำมาผลิตเป็นถ่านอัดก้อนให้พลังงานความร้อนสูง&amp;nbsp; ไม่มีควัน&amp;nbsp; ปลูก 4 ปีสามารถนำไปทำเฟอร์นิเจอร์หรือสร้างบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้มีเกษตรกรทั้ง 7 ตำบล &amp;nbsp;26&amp;nbsp; หมู่บ้านในอำเภอแม่แจ่มเข้าร่วม&amp;nbsp; รวม 362 คน&amp;nbsp; มีพื้นที่ปลูก 466 ไร่&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 30,337 ต้น&amp;nbsp; และจะขยายพื้นที่เป็น 2,000 ไร่ภายในสิ้นปีนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเป้าหมายผลผลิต 10-30 ตัน/ ไร่ / ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราคาไผ่ดิบประมาณตันละ 1,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีแผนงานที่จะสร้างโรงงานแปรรูปขึ้นมาหลังจากที่ไผ่ให้ผลผลิตแล้ว&amp;nbsp; มีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสนับสนุนเครื่องจักร&amp;nbsp; สามารถนำมาผลิตเป็นตะเกียบ&amp;nbsp; เศษไม้ที่เหลือนำมาเผาและอัดทำเป็นถ่านแท่ง&amp;nbsp; มีตลาดรองรับ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เกาหลี&amp;nbsp; ญี่ปุ่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งผลิตเฟอร์นิเจอร์&amp;nbsp; โดยจะมีการฝึกอบรมช่างหัตถกรรม&amp;nbsp; การออกแบบผลิตภัณฑ์&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เศษไม้ไผ่ยังสามารถนำมาผลิตเป็นถ่านกัมมันต์ (Activated&amp;nbsp; Carbon) เป็นวัสดุที่ประกอบด้วย คาร์บอนที่ได้จากถ่าน &amp;nbsp;คาร์บอนที่ได้จากถ่านกัมมันต์มีความแข็งแกร่ง &amp;nbsp;คงตัว &amp;nbsp;ไม่ถูกละลายด้วยสารเคมีใด หรือไม่เป็นสนิม ใช้สร้างแผ่นเซลล์เชื้อเพลิง &amp;nbsp;ใช้ผสมเพิ่มความแข็งแกร่งลงในปูนซีเมนต์ &amp;nbsp;พลาสติก &amp;nbsp;หรือวัสดุต่าง ๆ อีกมากมาย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;ยางรถยนต์ &amp;nbsp;ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยา อาหาร &amp;nbsp;เป็นวัสดุประกอบสำคัญในการผลิตเซลล์เชื้อเพลิง &amp;nbsp;ถ่านไฟฉาย &amp;nbsp;เม็ดเชื้อเพลิงทดแทนให้ความร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลาดโลกมีความต้องการปีละ 10&amp;nbsp; ล้านตัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคาตันละ 30,000-40,000 &amp;nbsp;บาท&amp;nbsp; คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายถึงปีละ 400,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; แม้ว่าโครงการแม่แจ่มโมเดลพลัสจะเริ่มเดินหน้าแล้วโดยคนแม่แจ่มและภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; แต่หากขับเคลื่อนไปตามลำพังโดยกลไกของรัฐไม่ขยับเขยื้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลที่จะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เรื่องปัญหาที่ดินทำกินและปัญหาหนี้สินของเกษตรกรชาวแม่แจ่ม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;ดังนั้นเพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปได้จริง &amp;nbsp;มีพื้นที่รูปธรรมรองรับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีความต่อเนื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;และตอบโจทย์พื้นที่รูปธรรมตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวแม่แจ่มจึงได้จัดทำข้อเสนอถึงคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลเชิงพื้นที่&amp;nbsp; ซึ่งมี นพ.อำพล&amp;nbsp; จินดาวัฒนะ&amp;nbsp; เป็นประธานฯ (ภายใต้การกำกับของ รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายกอบศักดิ์&amp;nbsp; ภูตระกูล) ที่ได้เดินทางมาศึกษาข้อมูลที่อำเภอแม่แจ่มเมื่อเร็วๆ นี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Default&quot;&gt;1. ให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณากลั่นกรองแนวทางการแก้ไขปัญหาตามแบบแม่แจ่มโมเดลพลัสให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาเสนอให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะทำงานการแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับพื้นที่อำเภอแม่แจ่มขึ้นมาหนึ่งชุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้แม่แจ่มโมเดลพลัสเริ่มเดินหน้าแล้ว&amp;nbsp; จากผืนดอยหัวโล้นกำลังกลายเป็นเมืองป่าไม้&amp;nbsp; เป็นป่าไผ่เขียวขจี&amp;nbsp; ขณะที่เกษตรกรชาวแม่แจ่มก็มีความหวังที่จะปลดหนี้สิน&amp;nbsp; มีรายได้&amp;nbsp; และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&amp;nbsp; เหลือแต่เพียงรัฐเท่านั้นที่จะมีนโยบายสนับสนุนชาวแม่แจ่มให้เป็นจริงได้อย่างไร ? &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14229</URL_LINK>
                <HASHTAG>OTOP, Thailand  Social  Expo 2018, พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา, พลเอกอนันตพร  กาญจนรัตน์, พอช, มหาดไทย, สมชาติ  ภาระสุวรรณ, สมเกียรติ   มีธรรม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เชียงใหม่, แม่แจ่มโมเดลพลัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5affeb295ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
